วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer)
ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น โปรแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าโปรแกรมที่ใช้กับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใช้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร



นักวิเคราะห์ระบบ (System analyst) 
ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย



วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของไอทีด้านลบ-ด้านบวก



ติดเกมหนัก 2 โจ๋ ปีนร้านแทรกเตอร์ ฉกหม้อแบตฯ ไม่รอด



ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/523954
โจ๋วัย 15 ติดเกมงอมแงม ย่องปีนร้านแทรกเตอร์ ฉกแบตเตอรี่ไปขายร้านรับซื้อของเก่า เจ้าของร้านโทรบอก ตร. ถูกรวบตัวได้ภายใน 6 ชม.
เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 9 ก.ย 58 พ.ต.ท. ฐเสฏฐ์ ธานัททิมพ์ รอง ผกก.สส.สภ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ ได้รับแจ้งจากนางสุพัฒสี ทาปาสุก อายุ 37 ปี เจ้าของร้านเสนางแทรกเตอร์ ตั้งอยู่ที่ถนนชยางกูร บ้านนาไร่ใหญ่ เขตเทศบาลเสนางคนิคม ว่ามีคนร้ายแอบเข้ามาทางหลังบ้านขโมยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ไป 1 ลูก เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีวัยรุ่นแอบปีนกำแพงเข้ามายกหม้อแบตเตอรี่ คาดว่าเป็นวัยรุ่นในตำบลใกล้เคียง นำไปขายต่อร้านรับซื้อของเก่า จึงประสานกับร้านรับซื้อของเก่าในเขต อ.เสนางคนิคม กระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านขายของเก่า บริเวณถนนชยางกูร ว่ามีวัยรุ่นกำลังนำแบตเตอรี่มาขายตามที่ตำรวจแจ้งไว้ โดยทางร้านพยายามถ่วงเวลาเพื่อให้ตำรวจมาถึง จนสามารถรวบตัว 2 วัยรุ่นชายอายุ 15 ปีได้พร้อมของกลางหม้อแบตเตอรี่ที่ขโมยมา ซึ่งได้รับสารภาพว่าติดเกม ไม่มีเงินไปเล่นเกมจึงขโมยแบตเตอรี่
ผลกระทบ: ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สิน และผู้กระทำผิดอาจจะหมดอนาคตได้
การป้องกันแก้ไข: เล่นเกมให้น้อยลง และมีสติตลอดเวลา คิดให้ดีก่อนจะกระทำอะไรบางอย่าง ต้องแยกให้ออกว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านลบ

โหดไปหรือเปล่า? นักเรียนอังกฤษแฮ็ก Facebook โดนสั่งจำคุก 8 เดือน
 ดูเหมือนนักเรียนที่มีความสามารถด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ของอังกฤษรายหนึ่งนาม ว่า Glenn Mangham อายุ 26 ปี ผู้ซึ่งค้นพบจุดอ่อนของระบบ  ชีวิตตัวเองจะไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไหร่นักซะแล้ว เพราะว่าสิ่งที่เค้าค้นพบ นอกจากจะแค่เป็นการค้นพบเฉยๆก็คงไม่มีอะไร แต่กลับทำการเอาช่องโหว่ที่ว่าทั้งหมดออกมาเปิดเผย โดยศาลได้ตัดสินสั่งจำคุก 8 เดือน จากความผิดที่เค้าก่อขึ้น
นักเรียนอังกฤษแฮ็ก Facebook โดนสั่งจำคุก 8 เดือน
แต่เป็นที่น่าแปลกตรงที่ แม้ว่าศาลจะพิจารณาว่าสิ่งที่ Mangham ได้ทำลงไปนั้น ไม่ได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่เอาข้อมูลที่ได้ไปส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เป็นภัยต่อประเทศ และความมั่นคงอย่าง KGB หรือ Google แต่เค้าก็ยังโดนตัดสินให้มีความผิด ดูไปแล้วก็เหมือนว่าเพราะเขาเข้าไปเจาะระบบของบริษัทที่มีชื่อเสียงและความ สำคัญแค่นั้น
นักเรียนอังกฤษแฮ็ก Facebook โดนสั่งจำคุก 8 เดือน
ก็ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ศาลของอังกฤษกันพอสมควรเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง เรื่องนี้ก็น่าจะกลายเป็นสิ่งให้หลายๆฝ่ายได้ศึกษากันเพิ่มเติมต่อไป โดยเฉพาะตัวของ Facebook เอง

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O-Net ม.6

เว็บไซต์:
ข้อสอบ - http://www.tewfree.com/wp-content/uploads/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%20O-net%2052%20%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C.pdf


เฉลย - http://www.tewfree.com/wp-content/uploads/%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%A2%20O-net%2052%20%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C.pdf


ตัวอย่างข้อสอบ จำนวน 5 ข้อ
วิชาวิทยาศาสตร์

1) กระบวนการใดไมพบในกระบวนการดูดน้ำกลับที่ทอหนวยไต
 1. การแพร
 2. ออสโมซิส
 3. เอนโดไซโทซิส 
 4. การลําเลียงแบบใชพลังงาน 

2) วิธีการในขอใดที่ใชควบคุมโรคไวรัสในพืชไดผลดีที่สุด
 1. การเผาทําลายพืช 
 2. การฉีดวัคซีน
 3. การใชยาปฏชิีวนะ 
 4. การเพิ่มไนโตรเจนในดิน

3) เมื่อเชื้อโรคเขาสูรางกายคน รางกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยสรางสารใดมาตอสู
 1. ซีรุม 
 2. แอนติเจน
 3. ทอกซอยด 
 4. แอนติบอดี 

4) ขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับดีเอ็นเอ
 1. ดีเอ็นเอพบไดในคลอโรพลาสต
 2. ดีเอ็นเอทําหนาที่กําหนดชนิดของโปรตีน
 3. สิ่งมีชีวิตแตละชนิดมีปรมาณด ิ ีเอ็นเอไมเทากัน
 4. ไนโตรเจนเบสชนิดกวานีนและไซโทซีนจะจับคูกันดวยพันธะคูเสมอ 

5) ขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย
 1. เปนโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง
 2. ผูปวยเปนโรคธาลัสซีเมียควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง
 3. เปนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสรางโกลบิน
 4. ผูที่ไดรับแอลลีลผิดปกติจากพอหรือแมเพียงฝายเดียวมีโอกาสเปนโรคได 

เฉลย
1) 4.
2) 1.
3) 4.
4) 4.
5) 4.

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงงานเรื่อง สวนแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง



ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงงานนี้

1.ได้รับความรู้เรื่องสัตว์น้ำ
2.ได้ฝึกความสามารถในการถ่าย ตัดต่อวีดีโอ
3.ได้แสดงความสามัคคีในกลุ่ม
4.ได้สื่อที่สามารถนำไปเผยแพร่เพื่อให้ความรู้ผู้อื่นได้

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การเขียนโครงร่างโครงงาน

เม้าส์สำหรับผู้พิการทางมือ (Mouse for Hand-Disabled People)

เมาส์ (mouse) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้สำหรับรับข้อมูลจากผู้ใช้มาสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่โดยทั่วไปไม่ได้มีการออกแบบเฉพาะสำหรับผู้พิการ ส่งผลให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้พิการที่ไม่สามารถใช้มือจับเมาส์ได้เป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งที่จริงแล้วผู้พิการสมควรได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าคนปกติทั่วไป โครงงานเมาส์สำหรับผู้พิการทางมือนี้ได้ศึกษาและออกแบบวิธีที่จะช่วยให้ผู้พิการสามารถใช้งานเมาส์ได้ง่ายขึ้น โดยสามารถบังคับเมาส์ให้เคลื่อนที่ได้โดยใช้เว็บแคม (webcam) จับการเคลื่อนที่ของจุดอ้างอิงแทนการขยับเมาส์แบบปกติ และสามารถสั่งงานให้เมาส์คลิกซ้าย, ดับเบิลคลิก, คลิกขวา และลากวางได้ด้วยการเป่าลมผ่านไมโครโฟน


อุปกรณ์ที่ใช้ : เมาส์ เว็บแคม ไมโครโฟน

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

                                 แบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้
– จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
– สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
– มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
– มีเวลาเพียงพอ
– มีงบประมาณเพียงพอ
– มีความปลอดภัย
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้า

3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล

4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประเภทของสื่อการเรียนรู้

การจำแนกประเภทของสื่อการเรียนรู้

      สื่อการเรียนรู้สามารถจำแนกออกตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่แสดงหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ตัวหนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อในการแสดงความหมาย สื่อสิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสาร หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึก รายงาน ฯลฯ



2. สื่อเทคโนโลยี 
หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น



3. สื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากสื่อ 2 ประเภทที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสื่ออื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี สื่อที่กล่าวนี้ ได้แก่
     3.1 บุคคล หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอด สาระความรู้ แนวคิดและ ประสบการณ์ไปสู่บุคคลอื่น เช่น บุคลากรในท้องถิ่น แพทย์ ตำรวจ นักธุรกิจ เป็นต้น
     3.2 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมตัวผู้เรียน เช่น พืชผักผลไม้ ปรากฏการณ์ ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น
     3.3 กิจกรรม / กระบวนการ หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการที่ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์และ การประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น บทบาทสมมติ การสาธิต การจัดนิทรรศการ การทำโครงงาน เกม เพลง เป็นต้น
     3.4 วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้เพื่อประกอบการเรียนรู้ เช่น หุ่มจำลอง แผนภูมิ แผนที่ ตาราง สถิติ รวมถึงสื่อประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องมือช่าง เป็นต้น



Credit: http://www.st.ac.th/av/media_kind.htm

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

1. ความหมายของ Educational Media พร้อมรายละเอียด

สื่อการศึกษา (Educational Media) หมายถึง วัสดุที่เสนอเนื้อหาสาระความรู้แก่ผู้รับ ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อ อาจเป็นสื่อที่ให้สารสนเทศในตัวเอง หรือ อาจเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ในการนำเสนอ การเรียนการสอนในชั้นเรียน การบริการสารสนเทศในห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เทคนิค วิธีการ ให้ทันกับความก้าวหน้าและวิทยาการของโลก ผู้สอน จำเป็นต้องใช้สื่อการศึกษา / สื่อการสอนเข้ามาช่วยผู้เรียน อาศัยสื่อเพื่อการเรียนรู้ ค้นคว้าตัวตนเองได้ เป็นเครื่องเสริมให้สามารถรับรู้ได้ทัดเทียมกับผู้อื่น เพิ่มทักษะการศึกษา และสามารถสนองตอบต่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่างของผู้สอนและผู้เรียน

   2. ภาพตัวอย่าง Educational Media มา 2 โปรแกรม


โปรแกรมสนุกไปกับตารางธาตุ


                           โปรแกรมเพื่อการศึกษา เรื่อง การเคลื่อนที่แนวตรง


วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โครงงานคอมพิวเตอร์

ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้

1.โครงงาน (Project) หมายถึงอะไร     

-  ความหมายภาษาไทย   
            โครงงานหมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงานใหญ่ที่มีความยากและซับซ้อนขึ้นก็ได้

- ความหมายภาษาอังกฤษ
           A carefully planned piece of work to get information about something, to build something, to improve something


2. โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร
             หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ 

3. ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์  มีกี่ประเภทอะไรบ้าง?
                    เป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ ประเภท คือ

     1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
     2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
     3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
     4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
     5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

จรรยาบรรณของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

จรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

ทุกคนควรใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เคารพและให้เกียรติผู้ที่เราติดต่อด้วย เพราะเขาเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง จรรยาบรรณจะทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นสังคมที่มีระบบระเบียบ อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ร่วมด้วยกฎหมายซึ่งเป็นมาตรการที่จะเข้ามามีบทบาทเมื่อมีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณ


  1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายทำร้ายผู้อื่น
  2. ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน รวมถึงไม่ละเมิดผลงานที่มีลิขสิทธิ์
  3. ไม่ขโมยหรือเปิดดูข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลของผู้อื่น
  4. ไม่สร้างหรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นเท็จ ข้อมูลที่อันตรายหรือทำให้เกิดความเสียหาย
  5. ไม่ใช้ภาษาหยาบคายหรือให้ร้ายผู้อื่น ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
  6. ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น
  7. ไม่ก้าวร้าวหรือใช้อารมณ์ในการแสดงความคิดเห็น ยอมรับในความแตกต่าง
  8. ไม่เจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต
  9. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม
  10. ไม่ฝ่าฝืนจรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต


บริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

World Wide Web
 www
เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web : WWW) คือบริการค้นหาและแสดงข้อมูลแบบมัลติมีเดีย บนอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ข้อดีของบริการประเภทนี้คือ สามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอื่น หรือเว็บไซด์อื่นได้ง่าย เซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูล จากเครื่องที่ให้บริการซึ่งเรียกว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยอาศัยโปรแกรม ที่ใช้ดูข้อมูลเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ตัวอย่างเช่น http://www.yahoo.com สามารถค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเรื่องราวต่างๆ เช่น การศึกษาการท่องเที่ยว 
E-mail
e-mailicon[1]
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) หรือนิยมเรียกกันทั่วไปว่า “อีเมล์” (E-mail) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสาร ระหว่างกัน และกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถส่งข้อความ ไปยังสมาชิกที่ติดต่อด้วย โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และสามารถแนบไฟล์ข้อมูลไปพร้อมกับจดหมายได้อีกด้วย การส่งจดหมายในลักษณะนี้ จะต้องมีที่อยู่เหมือนกับการส่งจดหมายปกติ แต่ที่ของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เราเรียกว่า E-mail Address
FTP

การโอนย้ายข้อมูล (FTP : File Transfer Protocol) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสารข้อมูล บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อีกรูปแบบหนึ่ง ใช้สำหรับการโอนย้ายข้อมูลระหว่างผู้ใช้โปรแกรม FTP กับ FTP Server การโอนย้ายไฟล์จาก FTP Server มายังเครื่องของผู้ใช้ เรียกว่า ดาวน์โหลด (Download) และการโอนย้ายไฟล์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ไปยังไปยัง FTP Server เรียกว่า อัพโหลด
Search Engine
img_online_marketing4[1]

การสืบค้นข้อมูล (Search Engine) คือ บริการที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยพิมพ์ข้อความที่ต้องการสืบค้น เข้าไป โปรแกรมจะทำการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ให้ภายในเวลาไม่กี่นาที โปรแกรมประเภทนี้เราเรียกว่าSearch Engines เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่สามารถจำชื่อเว็บไซด์ บางเว็บได้ ก็สามารถใช้วิธีการสืบค้นข้อมูล ในลักษณะนี้ได้ เว็บไซด์ที่ทำหน้าที่เป็น Search Engines มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น google.com , yahoo.com ,sanook.com ฯลฯ เป็นต้น

News Group or Use Net

กระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (News Group or Use Net) เป็นบริการกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นลงไปบริเวณกระดานข่าวได้ มีการแบ่งกลุ่มผู้ใช้ออกเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะสนใจเรื่องราวที่แตกต่างกันไป เช่นการศึกษา การท่องเที่ยว การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การเกษตร และอุตสาหกรรม เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบเครือข่าย

บริดจ์ (Bridge)


เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายสองเครือข่ายเข้าด้วยกัน ซึ่งดูแล้วคล้ายกับเป็นสะพานเชื่อมสองฟากฝั่งเข้าด้วยกัน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกอุปกรณ์นี้ว่า “ บริดจ์” ซึ่งแปลว่าสะพาน

เครือข่ายสองเครือข่ายที่นำมาเชื่อมต่อกันจะต้องเป็นเครือข่ายชนิดเดียวกัน และใช้โปรโตคอลในการรับส่งข้อมูลเหมือนกัน เช่น ใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายตามมาตรฐานอีเทอร์เน็ตสองเครือข่ายเข้าด้วยกัน หรือต่อ Token Ring สองเครือข่ายเข้าด้วยกัน

 

บริดจ์ช่วยลดปริมาณข้อมูลบนสาย LAN ได้บ้าง โดยบริดจ์จะแบ่งเครือข่ายออกเป็นเครือข่ายย่อย และกรองข้อมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อส่งต่อให้กับเครือข่ายย่อยที่ถูกต้องได้ หลักการทำงานของบริดจ์จะพิจารณาจากหมายเลขของเครื่องหรือ Media Access Control address (MAC address) ซึ่งเป็นที่อยู่ที่ฝังมาในฮาร์ดแวร์ของการ์ด LAN แต่ละการ์ด ซึ่งจะไม่ซ้ำกัน แต่ละหมายเลขจะมีเพียงการ์ดเดียวในโลก

บริดจ์จะมีการทำงานในระดับชั้นที่ 2 คือ Data Link Layer ของ โมเดล OSI คือ มองข้อมูลที่รับส่งกันเป็น packet แล้วเท่านั้น โดยไม่สนใจโปรโตคอลที่ใช้สื่อสาร บริดจ์จะตรวจสอบข้อมูลที่ส่งโดยพิจารณาจากที่อยู่ของผู้รับปลายทาง ถ้าพบว่าเป็นเครื่องที่อยู่คนละฟากของเครือข่ายก็จะขยายสัญญาณ (เช่นเดียวกับรีพีตเตอร์) แล้วจึงค่อยส่งต่อให้ แต่จะไม่สนใจว่าการส่งให้ถึงเครื่องปลายทางจะใช้เส้นทางใด

การติดตั้งบริดจ์จะคล้ายกับการติดตั้ง Hub ซึ่งไม่จำเป็นต้องปรับแต่งค่าต่างๆ ที่มีอยู่ สามารถต่อใช้งานได้ทันที แต่ก็อาจจะกำหนดตัวแปรของค่าที่ใช้ควบคุมบริดจ์ได้ถ้าต้องการ ซึ่งไม่ยากมากนัก ผู้ดูแลเครือข่ายขนาดเล็กๆ ก็สามารถทำเองได้ ในปัจจุบันระบบเครือข่ายเริ่มนิยมใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า สวิตช์ (switch) ซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกับบริดจ์นั่นเอง